12bet link

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แพทยศาสตรศึกษาไทย.. จะไปทางไหน? 

 

12bet linkLiên kết đăng nhập

นพ.ภีศเดช สัมมานันท์

วิชาชีพแพทย์มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน การผลิตจึงควรมีมาตรฐานที่ดีเพื่อได้แพทย์ที่มีคุณภาพ หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ของไทยแม้สามารถผลิตแพทย์ออกมาด้วยคุณภาพอันเป็นที่ยอมรับ แต่ก็เป็นหลักสูตรที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ทั้งบริบทสุขภาพไทยมีการเปลี่ยนแปลง มีแนวทางการผลิตและหลักสูตรแพทย์ใหม่ๆเกิดขึ้น จึงควรมีการประเมินว่าแนวทางการผลิตและหลักสูตรแพทย์ต่างๆ มีข้อดีข้อเสีย ควรปรับปรุงหรือไม่ อย่างไร  ปัจจุบันสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรของไทยได้ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกแล้ว คือ 1 ต่อ 964 (มาตรฐานองค์การอนามัยโลกคือ 1 ต่อ 1000) จึงไม่ขาดแคลนแพทย์ในภาพรวม กอรปกับจำนวนประชากรไทยลดลง 3 ปี ติดต่อกัน จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มอัตราการผลิต แต่ควรหาวิธีรักษาแพทย์ไว้ในระบบราชการและกระจายแพทย์ออกจากเมืองใหญ่    การผลิตแพทย์จำนวนมากแม้มีข้อดี คือ มีแพทย์ให้บริการประชาชนมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียเพราะส่งผลให้อัตราทรัพยากรต่างๆ ต่อจำนวนนักศึกษาลดลง (ได้แก่ จำนวนผู้ป่วย จำนวนหัตถการและผ่าตัด เช่น Excision of benign tumor of skin,  Endotracheal intubation) ส่งผลให้นักศึกษามีโอกาสฝึกตรวจรักษา ทำหัตถการและผ่าตัดลดลง อาจได้ศึกษาเพียงทฤษฎี ฝึกจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พบว่าจากการเร่งผลิตต่อเนื่องหลายปีเริ่มมีผลกระทบ เช่น แพทยสภาต้องปรับลดจำนวนหัตถการที่ทำได้เมื่อจบแพทยศาสตรบัณฑิตจาก 39 เหลือ 30 หัตถการ และทำได้เมื่อจบโครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะจาก 60 เหลือ 48 หัตถการ นอกจากนี้แพทยสภายังต้องอนุญาตไว้ในคู่มือการดำเนินการโครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะว่า ให้ใช้สื่อการเรียนการสอน สื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนได้ ในกรณีที่ไม่มีผู้ป่วยหรือหัตถการ   มีการแก้ไขให้ผู้ที่ไม่จบมัธยมปลายสายวิทยาศาสตร์สมัครเข้ารับการฝึกอบรมได้ แต่การคัดเลือกผู้สมัครไม่ว่าจะจบการศึกษาสายวิทยาศาสตร์หรือไม่ ทั้งคณะแพทย์ภาครัฐและเอกชน ควรมีหลักประกันความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดี โดยสอบผ่านการประเมินความรู้โดยสถาบันด้านวิชาการที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษาฯหรือแพทยสภา ไม่ควรให้คณะแพทย์คัดเลือกผู้สมัครเองเพราะมีส่วนได้เสียโดยตรง หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ของไทยใช้ระยะเวลารวม 6 ปี จึงรับปริญญาและสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ระบบการแพทย์ไทยเน้นดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์ทั่วไป ระยะเวลาเพียง 6 ปี อาจไม่เพียงพอ เพราะแม้แต่ประเทศตะวันตกที่การฝึกอบรมแพทย์ในระดับปริญญาเน้นปูพื้นฐานสำหรับฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น ยังใช้ระยะเวลาฝึกอบรมนานกว่า 6 ปี ได้แก่ อังกฤษใช้เวลา 7-8 ปี (ฝึกอบรมสถานศึกษา 6 ปี ฝึกงานในสถานพยาบาล 1-2 ปี) สหรัฐใช้เวลา 9 ปี (ศึกษาปริญญาตรี 4 ปี ฝึกอบรมในสถานศึกษา 4 ปี ฝึกงานในสถานพยาบาล 1 ปี) กระทั่งแพทยสภาของไทยต้องจัดโครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะเพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ให้แพทย์จบใหม่    โครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะเป็นโครงการที่ดี แต่การเข้าร่วมโครงการฯเป็นการเข้าร่วมในฐานะแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตฯแล้วไม่ใช่ในฐานะแพทย์ฝึกงาน จึงไม่อยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้โครงการฯไม่มีลักษณะการบังคับเป็นเพียงความสมัครใจหรือกึ่งบังคับ ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ป่วยและคุ้มครองแพทย์จบใหม่จากการถูกฟ้องร้อง จึงควรปรับระยะเวลาการฝึกอบรมเป็นอย่างน้อย 7 ปี โดยปรับโครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะเป็นการฝึกงานในสถานพยาบาลภายใต้การกำกับของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และปรับการสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากหลังรับปริญญาเป็นสอบหลังฝึกงานครบ 1 ปี ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีหลักสูตรใหม่ๆ เกิดขึ้น ได้แก่ หลักสูตรแพทย์ 4 ปี หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา ที่อาจมีผลต่อคุณภาพของแพทย์ที่จบออกมา คณะแพทย์ที่เปิดหลักสูตรเหล่านี้มักเปิดหลักสูตรปกติอยู่แล้ว และเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มเติมสำหรับหลักสูตรใหม่ บางหลักสูตรเก็บเพิ่มเติมถึงประมาณ 8 ล้านบาท    หลักสูตรแพทย์ 4 ปี นำหลักสูตรสหรัฐมาปรับใช้ หลักสูตรของสหรัฐศึกษาพื้นฐานการแพทย์ 2 ปี และเวลาศึกษาจากผู้ป่วยโดยตรง 2 ปี ฝึกงานในสถานพยาบาลอีกอย่างน้อย 1 ปี รวมเวลาฝึกตรวจรักษาผู้ป่วยโดยตรงอย่างน้อย 3 ปี แต่หลักสูตรแพทย์ 4 ปีของไทย ลดเวลาศึกษาพื้นฐานการแพทย์เหลือ 1.5 ปี ศึกษาจากผู้ป่วยโดยตรงเหลือ 1-2.5 ปี เป็นการลดมาตรฐานการฝึกอบรม ทั้งเมื่อเทียบกับหลักสูตรแพทย์ของสหรัฐและหลักสูตรแพทย์ปกติของไทย    หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา ที่จบแล้วได้ทั้งปริญญาแพทยศาสตร์และปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น นำหลักสูตรพิเศษของสหรัฐมาปรับใช้ แต่หลักสูตรพิเศษของสหรัฐต้องจบปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพหรือสาขาวิชาอื่นที่เรียนร่วมมาก่อน นอกจากนี้การฝึกอบรมของสหรัฐยังไม่หนักหน่วงเหมือนหลักสูตรของไทย จึงมีพื้นฐานความรู้และเวลาเพียงพอที่จะศึกษาสองหลักสูตรพร้อมกัน ขณะที่หลักสูตร 2 ปริญญาของไทย รับผู้สมัครระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและต้องฝึกอบรมอย่างหนัก ย่อมส่งผลกระทบต่อการฝึกอบรม   นอกจากแพทย์ที่จบการศึกษาในประเทศแล้วยังมีแพทย์ที่จบการศึกษาจากคณะแพทย์ต่างประเทศ แพทย์กลุ่มนี้อาจประสบปัญหา เช่น ระยะเวลาในฝึกอบรมน้อยกว่าหลักสูตรของไทย, บางประเทศใช้เวลาในการฝึกอบรมส่วนหนึ่งไปฝึกภาษา และฝึกอบรมแพทย์พื้นเมืองของประเทศนั้นๆ, แพทยสภาของไทยไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานการผลิตยังที่ตั้งของคณะแพทย์นั้นๆ พิจารณาได้เพียงเอกสารที่ส่งมา, ปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับระบบการแพทย์ของไทย, การตรวจรักษาโรคที่พบได้บ่อยเฉพาะในประเทศไทย, การใช้ภาษาไทยในการตรวจรักษา พบว่าคณะแพทย์ต่างประเทศที่แพทยสภาของไทยรับรอง 70 แห่ง มีถึง 31 แห่งที่มีระยะเวลาฝึกอบรมน้อยกว่าประเทศไทย ยังมีข้อมูลว่าบางประเทศแม้มีหลักสูตรการฝึกอบรม 6 ปี แต่บางคณะต้องใช้ 1 ปีแรกเพื่อฝึกภาษาพื้นเมือง บางคณะต้องใช้เวลาฝึกอบรมแพทย์สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง เพื่อไปฝึกภาษาพื้นเมืองตลอด 6 ปี บางคณะต้องฝึกอบรมแพทย์พื้นเมืองร่วมด้วย จนทำให้เวลาในการฝึกอบรมแพทย์แผนปัจจุบันเหลือน้อยกว่า 5 ปี แพทยสภาจึงควรรับรองคณะแพทย์ต่างประเทศเฉพาะคณะแพทย์ในประเทศพัฒนาแล้ว หรือคณะแพทย์ในประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับการรับรองโดยสถาบันที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ World Federation for Medical Education (WFME) และรับรองเฉพาะหลักสูตรที่มีระยะเวลาฝึกอบรมจริงรวมกับฝึกงานแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาฝึกอบรมของไทย ทั้งก่อนการสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมควรฝึกงานในไทยอย่างน้อย 1 ปี เพื่อปรับตัวให้เข้ากับระบบการแพทย์ของไทย  แพทยสภาไม่ควรปฎิเสธความรับผิดชอบต่อมาตรฐานของคณะและหลักสูตรแพทย์ เพราะแม้ พรบ.การอุดมศึกษา จะบัญญัติ ห้ามมิให้สภาวิชาชีพก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา แต่ พรบ.วิชาชีพเวชกรรม มาตรา 8 ได้ให้อำนาจแพทยสภาในการ “รับรองปริญญา หลักสูตร และวิทยฐานะของสถาบันฝึกอบรม และออกใบอนุญาติให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” ดังนั้นหากแพทยสภาไม่รับรองคณะหรือหลักสูตรใด ผู้ที่จบการศึกษาก็ไม่มีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม  หรือแพทยสภาสามารถควบคุมคณะแพทย์ที่ไม่พร้อมหรือหลักสูตรแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานได้ด้วยการไม่รับรองคณะหรือหลักสูตรนั้นๆ  ทั้งควรมีการแจ้งรายชื่อคณะและหลักสูตรแพทย์ทั้งในและต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง ไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเผยแพร่ให้นักเรียนที่สนใจฝึกอบรมแพทย์ ป้องกันปัญหาไม่มีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

สรุปแนวทางเพื่อกระทรวงการอุดมศึกษาฯและแพทยสภา พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรแพทยศาสตรศึกษา

1. กระทรวงการอุดมศึกษาฯและแพทยสภา อนุมัติเปิดคณะและหลักสูตรแพทย์โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ 
2. ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการผลิต อาจลดการผลิตลงหากประสบปัญหาเรื่องคุณภาพ
3. การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาครัฐและเอกชน ควรกระทำโดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯหรือแพทยสภา 
4. ปรับระยะเวลาการฝึกอบรมเป็น 7 ปี โดยฝึกอบรมในสถานศึกษา 6 ปี ฝึกงานในสถานพยาบาล 1 ปี
5. ยกเลิกหลักสูตรแพทย์ 4 ปี และหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา นำนักศึกษาเข้าสู่หลักสูตรปกติ
6. แพทยสภาควรรับรองคณะแพทย์ต่างประเทศเฉพาะคณะแพทย์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือได้รับการรับรองจาก WFME และรับรองเฉพาะหลักสูตรที่มีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าหลักสูตรของไทย
7. แพทยสภาไม่ควรปฏิเสธความรับผิดชอบต่อมาตรฐานของคณะและหลักสูตรแพทย์ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่บัญญัติไว้ใน พรบ.วิชาชีพเวชกรรม 

 

12bet linkLiên kết đăng nhập

 

12bet linkLiên kết đăng nhập

12bet linkLiên kết đăng nhập

นพ.ภีศเดช สัมมานันท์
นพ.ยุทธนา ป้องโสม

m88vin fun88k 8xbet gg mu88 bet fun88 chính thức